Verse 1
แสงไฟของเมืองหลังรถไฟเที่ยวสุดท้ายผ่านพ้นไป
สายลมอ่อน ๆ พัดเส้นผมของเธอให้พลิ้วไหว
มีเพียงความรู้สึกที่ไม่อาจเอ่ยเป็นคำพูด
สั่นไหวอยู่ลึก ๆ ภายในหัวใจ
ทุกครั้งที่เราเดินข้ามสี่แยกด้วยกัน
ระยะห่างระหว่างเราก็ค่อย ๆ ใกล้ขึ้น
เพียงมองใบหน้าด้านข้างของเธออย่างเงียบ ๆ
ฉันก็เผลอตกหลุมรักอีกครั้ง
Pre-Chorus
หากสามารถหยุดเวลาเอาไว้ได้
ฉันอยากกอดช่วงเวลานี้ไว้เพียงลำพัง
Chorus
ยิ่งกว่าดวงดาวที่ลอยอยู่บนฟากฟ้า
เธอดูเปล่งประกายมากกว่าเสียอีก
ไม่ว่าฤดูกาลจะหมุนเวียนผ่านไปกี่ครั้ง
ความรู้สึกนี้ก็จะไม่เปลี่ยนแปลง
ทุกครั้งที่ไหล่ของเราแตะกัน
ฉันเหมือนได้เห็นอนาคตอยู่รำไร
ค่ำคืนนี้ที่ยังไม่อยากให้จบลง
ขอให้กลายเป็นความทรงจำของเราสองคน
Verse 2
เมื่อเราเดินไปตามถนนริมแม่น้ำ
แสงไฟที่สะท้อนผิวน้ำพลิ้วไหวอย่างงดงาม
เพียงเสียงหัวเราะของเธอเท่านั้น
ก็ทำให้โลกทั้งใบดูอ่อนโยนขึ้น
แม้แต่เสียงของเมืองที่ดังอยู่ไกล ๆ
วันนี้กลับฟังดูสบายใจอย่างประหลาด
แม้แต่ภาพธรรมดาที่เห็นอยู่ทุกวัน
ก็กลายเป็นสิ่งพิเศษขึ้นมา
Pre-Chorus
ต่อให้มองไม่เห็นวันพรุ่งนี้
หากมีเธออยู่ด้วย ฉันก็ไม่หวาดกลัว
Chorus
คำอธิษฐานที่ฝากไปกับสายลมยามค่ำคืน
ยังคงล่องลอยต่อไปไม่สิ้นสุด
ภาพที่ฉันได้เห็นเคียงข้างเธอ
ฉันไม่อยากลืมมันไปเลย
ความอบอุ่นจากมือที่เราจับกัน
ยังคงส่องประกายในส่วนลึกของหัวใจ
โปรดอย่าเพิ่งจบลงเลยนะ ช่วงเวลานี้
ฉันได้แต่ภาวนาเงียบ ๆ ในใจ
Bridge
ณ มุมหนึ่งของเมืองที่ไม่เคยหลับใหล
มาช่วยกันตามหาดาวดวงพิเศษของเราสองคนเถอะ
ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเลยก็ได้
เพราะดวงตาของเธอได้ตอบทุกอย่างแล้ว
Final Chorus
ก่อนที่แสงอรุณจะมาถึง
ฉันอยากเดินเคียงข้างเธอต่ออีกสักนิด
คืนที่เราได้ใช้เวลาร่วมกัน
จะกลายเป็นสมบัติล้ำค่าตลอดไป
ไม่ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร
ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอหายไปจากสายตา
ท่ามกลางสายลมอ่อนโยนที่โอบล้อมเรา
เราสองคนก้าวเดินต่อไปสู่วันพรุ่งนี้
Outro
เมื่อแสงไฟของเมืองค่อย ๆ เลือนหายไปไกล
สิ่งที่ยังคงอยู่ มีเพียงรอยยิ้มของเธอ